มาแล้วจ้า..ภาคสอง มาแล้ว…มาผจญภัยกันต่อเลยนะจ๊ะ…ที่บอกไปแล้วเมื่อภาคแรกว่าเรามีสมาชิกในการพิชิตภูสอยดาว 7 คน และงานนี้เราก็มีเจ้าหน้าที่อุทยาน 1 ท่าน ที่ทำหน้าเป็นผู้นำทางและคอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางครั้งนี้ด้วยจ้า..ลุยกัยเลยยยย

#แผนที่เส้นทางเดินขึ้นภูสอยดาว..ที่ดูแล้วเหมือนจะโหด..แต่พอเดินขึ้นจริงๆ แล้วถึงได้รู้ว่า..มันโหดกว่าที่คิดเยอะมากกกก
เส้นทางที่เราจะเดินขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวนะ มีระยะทางรวมแล้วประมาณ 6,500 เมตร บอกตัวเลขแค่นี้คงจะดูว่า สบายๆ เดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว แต่ถ้าดูจากรูปก็คงพอจะรู้กันนะว่ามันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะอย่างน้อยความสูงของยอดภูที่เรากำลังจะขึ้นไปก็สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของเราเริ่มจากจุดบริการนักท่องเที่ยวที่เราเอาสัมภาระต่างๆ ของเราไปชั่งเพื่อให้ลูกหาบแบกขึ้นไปให้ …ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า บรรดาสัมภาระทั้งหลายของเรานั้น มันก็จะขึ้นไปนอนรอพวกเราบนยอดภูก่อนพวกเราแน่ๆ ชัวร์!!! เมื่อเริ่มเดินออกเดินจากจุดบริการนักท่องเที่ยวไป เค้าก็จะมีเนินต่างๆ อยู่ 5 เนิน ไว้ให้เราแวะพักเหนื่อยระหว่างการเดินทาง และมีชื่อให้เรียบร้อย เนินแรกก็ห่างจากต้นทาง 1,200 เมตร มีชื่อว่าเนินส่งญาติ…แหม ได้ฟังชื่อแล้วอยากเห็นหน้าคนคิดชื่อนี้จริงๆ ถูกใจเป็นที่สุด ทางเดินช่วงนี้ก็ไม่โหดมากนักยังสบายๆ ประมาณว่า ญาติๆ ก็ยังสามารถเดินมาส่งได้ ไม่ลำบากนัก เพราะถ้าไปไกลกว่านี้ญาติก็คงไม่เดินไปส่งแล้วหล่ะ ช่วงระยะทางกิโลกว่าๆ เราก็เดินชมนกชมไม้…คุยกันไป..ถ่ายรูปของสวยๆ งามๆ ข้างทางไปเรื่อยๆ ก็เพลินจนลืมเหนื่อยไปได้เหมือนกัน

# ช่วงทางเดินของเนินส่งญาติ..มีการทำทางเดินให้..สบายสุดๆ

#อันนี้เค้าบอกว่ามันชื่อ..ขนุนดิน..?


#เห็ดกรวยทองเนี่ยมีให้เห็นตลอดทางเลย

#ดอกสีสวยๆ แบบนี้ เค้าเรียกว่า…หงอนนาค…

#น้องหนอน?

#กระโถนฤาษีอีกที
….ผ่านจากเนินส่งญาติต่อไปอีก ประมาณ 500 เมตร เราก็จะเข้าเขตของเนินที่สอง คือเนินปราบเซียน …เป็นไงหล่ะ!!! โดนจริงๆ เลย เห็นแค่ชื่อก็รู้แล้วว่า ชะตาชีวิตข้างหน้าจะหามีความสบายไม่!!!…..แค่ระยะทางสั้นๆ แต่ก็ได้เหงื่อเต็มๆ เลยเนินนี้ ทั้งเซียนและไม่เซียนก็โดนปราบกันทั่วหน้า…โดยเฉพาะ 7 เซียนที่ลุยกันมาคราวนี้ เริ่มมีอาการกันนิดหน่อยแล้วเพราะทางเดินเริ่มชันขึ้นเล็กน้อย แต่พวกเราก็มีอุปกรณ์ช่วยที่ดีมาก..นั่นก็คือไม้เท้า..ใช่แล้วค่ะ อ่านไม่ผิดหรอก ก็ไม้ไผ่ที่เจอตามข้างทางนี่แหละค่ะ…แต่อย่าดูถูกความสามารถมันเชียว มันช่วยผ่อนแรงเราได้ดีที่เดียวโดยเฉพาะช่วงที่เป็นทางชันๆ…พวกเราใช้เจ้าไม้เท้าไม้ไผ่นี้กันจนสิ้นสุดการเดินทางเลย..พอกลับลงมาถึงที่แล้วแทบจะเอาไม้เท้านี้ไปปิดทองเลยทีเดียว…แต่นึกอีกทีเอาวางไว้แถวๆ นั้นใครนักผจญภัยชุดหลังๆ มาใช้บ้างดีกว่า.น่านจะมีประโยชน์มากกว่าแน่ๆ….555…เราแวะพักกินข้าวกลางวันกันระหว่างทางก่อนที่ผ่านพ้นช่วงเนินปราบเซียนนี่แหละ..ใช่แล้วเราเริ่มหมดแรงกันแล้ว..ก็แหม เมื่อเช้ากินแค่ข้าวต้มเองนะจ๊ะ เดินมาตั้งไกล ก็ขอเติมพลังกันก่อนดีกว่านะ
#ทางเดินที่เริ่มชันขึ้นเรื่อยๆ…แต่ก็ยังยิ้มสู้จ้า


#บรรยากาศตอนหลังเที่ยงที่ดูมัวๆ เหมือนฝนจะตก..เลยต้องเร่งฝีเท้ากันใหญ่
# เห็ดอะไรก็ไม่รู้แปลกตาดี
เดินหอบมาจากเนินปราบเซียนประมาณ 2 กิโลเมตร เราก็เข้าเขตเนินป่าก่อ ป่าช่วงนี้ก็จะไม่ทึบมากนัก เดินสบายๆ ออกจะร้อนด้วยซ้ำ เพราะไม่ค่อยมีต้นไม้สูงเป็นร่มบังแดดให้เรามากนัก แต่ก็เป็นการเดินทางช่วงสั้นๆ เลยไม่สร้างความลำบากให้พวกเราได้สักเท่าไหร่..มั้ง?

#วิวสวยๆ หมอกสวยๆ ช่วงเนินป่าก่อ

เดินผ่านเนินป่าก่อมาเพียง 700 เมตร พวกเราก็ผ่านมาถึงเนินที่ 4 แล้ว ใช่แล้วจ้า เรามาถึงเนินเสือโคร่งแล้วครับ..ซึ่งมันก็ทำให้พวกเรายิ้มออกมาได้นิดหน่อย เพราะเราเดินกันมาเกินครึ่งทางแล้ว อีกแค่อีกนิดเดียวเราก็จะถึงจุดหมายกันซะที…ป้ายบอกทางบอกให้เรารู้ว่าอีกเพียง 1.6 กิโลเมตร เราก็จะถึงลานสนแล้ว..ถ้าดูจากระยะทางแค่นี้พวกเราคงจะถึงจุดหมายในไม่ช้า…แต่ถ้ามองถึงความสูง เราก็คงต้องใช้เวลากันพอสมควรเลยทีเดียว เพราะช่วงที่เหลือจากนี้ไปก็คงจะเป็นช่วงที่ชันมากที่สุดแล้ว..เอา..มาถึงนี่แล้ว..จะทำอะไรได้นอกจากลุย…

#ป้ายบอกทางที่ทำให้เรายิ้มออก…
#ชันที่ดูจะโหดที่สุดของการเดินทาง

# แต่เห็นวิวตรงนี้แล้วก็ยิ้มออกเหมือนกัน..สวยถูกใจจริงๆ
#นี่ก็สวย
พวกเราปีนเขาที่ชันๆ กันมาได้พักใหญ่ๆ เราก็มาพบกับเนินสุดท้ายของภูสอยดาว..ใช่ค่ะเราใกล้จะถึงแล้ว…แต่เห็นชื่อเนินนี้แล้วแทบหมดแรง ใครหน่า ช่างตั้งชื่อนี้ มันช่างทำร้ายจิตใจกันจริงๆ …ก็เค้าตั้งชื่อมันว่า…เนินมรณะ..เห็นมั้ยหล่ะ..เดินมาเหนื่อยๆ มาเห็นชื่อเนินนี้แทบหมดแรง แต่พอเดินผ่านเข้าไปแล้วก็เห็นด้วยกับคนใช้ชื่อนี้จริงๆ เห็นด้วยอย่างแรง…นอกจากมีทางชันเยอะแล้วก็มีทางที่หวาดเสียวให้ได้เห็นอีกด้วย..แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้..ก็มันเริ่มหมดแรงแล้วเลยยิ่งต้องเร่งให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุดก่อนจะไม่มีแรงเดินนะจ๊ะ….นอกจากนั้นเรายังมีตัวเร่งอีกอย่างนั้นก็คือฝน ที่เริ่มตั้งเค้าตามหลังเรามาติด..มันพร้อมที่จะแซงหน้าเราทุกนาทีเลยทีเดียว..ซึ่งสุดท้ายมันก็ชนะเรา..พวกเราก็ได้ใช้เสื้อกันฝนที่เตรียมมา (ถ้าเจ้าหน้าที่ข้างล่างไม่บอกก็คงไม่ได้เอาติดมากันหรอก…555) และเจ้าเสื้อกันฝนนี่ก็สามารถเป็นได้มากกว่าที่คุณเห็น …ซึ่งมันจะเป็นอะไรนั้น…อีกไม่นานก็จะได้รู้กันแน่นอน

#ไม่มีคำอธิบายเลยจริงๆ สำหรับรูปนี้

# ฟ้ามืดมาแต่ไกลเลยทีเดียว
ในที่สุดเราก็เดินมาถึงลานสนสำเร็จพร้อมกับมีฝนโปรยปรายมาให้เย็นฉ่ำกันทั่วหน้า จนทำให้เวลาประมาณบ่ายสามโมง กลายเป็น 6 โมงเย็นไปในพริบตาเลย…พวกเราใช้เวลาทั้งเดิน ทั้งพักเหนื่อย รวมแล้วก็ ประมาณ 7 ชั่วโมง เราเดินต่อมาบริเวณที่ตั้งแค้มป์ แต่ยังไม่ทันทีจะทำอะไร เจ้าฝนก็กระหน่ำตกมาอย่างหนัก เราจึงต้องเข้าไปหลบฝนในชายคาหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ป่าไม้..ผ่านไปเป็นชั่วโมง ถึงจะหยุดให้พวกเราคลายกังวลกันได้ จึงได้ทำกิจกรรมอื่นๆ กันได้สะดวกขึ้น เราเริ่มหาทำเลสำหรับกางเต้นท์ จุดเตาไฟเพื่อทำอาหารเย็น และอาบน้ำ ก่อนที่ฟ้าจะมืด…ดูทีท่าว่าพวกเราจะได้พักผ่อนกันอย่างสบายซะทีหลังจากเดินเหนื่อยกันมาทั้งวัน…..แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นนะสิ….และมันจะมีเกิดอะไรขึ้นกับทั้ง 7 เซียนของเรา… ติดตามดูในภาคสาม นะจ๊ะ…มันส์ แน่ๆ

แล้วเจอกันครับ
เคยไปมาแล้วหนหนึ่งครับ สนุกมากมาย แวะเข้าไปดูรุปได้ครับ http://www.thaitrail.com/9 ภูสอยดาว ผมว่าสวยสุดๆก็ต้องหน้าฝนนี่แหละครับ
ความเห็น โดย a- — พฤษภาคม 13, 2008 @ 2:27 pm